ข่าวประชาสัมพันธ์ 

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์นำส่วนราชการ ซ้อมเสมือนจริงพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระสิงโต เพื่อจัดทำน้ำอภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันนี้(03 เม.ย. 62) นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการทุกหมู่เหล่า ซักซ้อมเสมือนจริงตามลำดับขั้นตอนประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากสระสิงโต แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดบุรีรัมย์ ภายในวัดกลางพระอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งจะประกอบพิธีจริงในวันที่ 6 เมษายน 2562 เวลา 11.52 น. พร้อมกันทั่วประเทศ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เปิดกรวยถวายราชสักการะต่อเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเดินไปยังโต๊ะบวงสรวงจุดธูปเทียนประกอบพิธีพลีกรรม พราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงบูชาเทพยดา เทพารักษ์ผู้ดูแลรักษาสถานที่แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์อ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เดินลงไปยังสระเพื่อตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ใส่ขันน้ำสาคร เสร็จจากนั้นเจ้าหน้าที่จะปิดฝาห่อด้วยผ้าขาวผูกริบบิ้นสีขาว และเชิญขันน้ำสาครไปยังพระอุโบสถวัดกลางพระอารามหลวง เพื่อประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกของจังหวัดในวันที่ 8 เมษายน 2562  ส่วนในวันที่ 9 เมษายน 2562 จะประกอบพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก และตักน้ำจากขันสาครใส่คนโท และพิธีเชิญคนโทน้ำอภิเษกไปเก็บรักษา ณ ห้องดอกแก้ว ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 10 เมษายน 2562 ซึ่งการฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 
สำหรับสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เดิมชาวบ้านเรียกว่า “สระสิงโต” ในสมัยกรุงธนบุรีเมื่อกรุงเจ้าพระยาจักรี ซึ่งต่อมาได้เป็น (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ยกทัพมาตีเมืองจำปาศักดิ์ ทรงได้พักทัพที่บริเวณสระน้ำแห่งนี้ ในอดีตชาวเมืองอาศัยน้ำจากสระดังกล่าวสำหรับดื่มกิน และใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา โดยนำน้ำในสระไปทำพิธีดื่มกินในพระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถในปัจจุบัน  และเมื่อคราวที่ทางราชการได้จัดพระราชพิธีมหามงคลต่าง ๆ ก็จะนำน้ำศักดิ์ศักดิ์จากสระแห่งนี้ไปประกอบพิธี  
 
ในส่วนวัดกลางพระอารามหลวงดังกล่าว เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์มาแต่โบราณ ตั้งเมื่อ พ.ศ.2329 มีประวัติเล่าสืบต่อกันว่าสมัยกรุงธนบุรี เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก นำทัพไปจัดระเบียบการปกครอง และได้หยุดพักทัพที่บริเวณนี้ ซึ่งมีสระน้ำขนาดใหญ่แห่งนี้ ปัจจุบันเชื่อกันว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ในวัดกลางบุรีรัมย์ และทางราชการได้มีประกาศยกวัดกลางเป็นพระอารามหลวง แห่งแรกของบุรีรัมย์ เมื่อปี พ.ศ.2533
 
ที่มาข้อมูล : ดำรง โค่นถอน ผู้สื่อข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

จำนวนการเข้าชม 520 ครั้ง